Asia Road Racing ฤดูกาล 2023

207 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Asia Road Racing ฤดูกาล 2023

สนามช้างฯ จัดแถลงข่าวการจัดการแข่งขัน Asia Road Racing ฤดูกาล 2023 พร้อมต้อนรับทัพนักบิดทั่วเอเชีย

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบรายการใหญ่สุดของเอเชีย “Asia Road Racing Championship” เปิดแถลงข่าวการจัดการแข่งขันฤดูกาล 2023 โดยเตรียมเปิดฉากพรีซีซั่นเทสต์และแข่งขันในประเทศไทยสนามแรกเดือนมีนาคมนี้ ด้าน 7 นักบิดของไทยจากทีมแข่งชื่อดัง ประกาศความพร้อม ลงสู้ศึก “เนวิน” ประธานสนามช้างฯ ชี้หลังเปิดประเทศ 100% เพิ่มสนามจูไห่ แดนมังกรและ มันดาลิกา อินโดนีเซีย มีนักแข่งทีมแข่งตบเท้าเข้าร่วมชิงชัยเพิ่มขึ้น จากออสเตรเลียเยอรมันและจีน ทำให้การแข่งขันเปิดกว้าง ทวีความเข้มข้น และจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย เพื่อต่อยอดไปสู่ระดับเวิลด์คลาสอย่างแท้จริง

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ที่สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ : สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ได้จัดงานแถลงข่าวจัดการแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2023 โดยมี มร.รอน ฮ็อก ประธาน ทู วีลส์ มอเตอร์ เรซซิ่ง เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน, นายสุรพล อุทินทุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทศภาค จำกัด โดยเครื่องดื่มตราช้าง, นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต รวมถึงตัวแทนจาก บริษัท ไทยฮอนด้า จํากัด และ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด รวมทั้งทัพนักแข่งชื่อดังของไทยที่ลงแข่งขันเข้าร่วมงาน

มร.รอน ฮ็อก ประธาน ทู วีลส์ มอเตอร์ เรซซิ่ง เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน เปิดเผยว่า FIM Asia Road Racing Championship เข้าสู่ปีที่ 27 ในฤดูกาล 2023 ที่จะถึงนี้ โดยที่ผ่านมา เราได้เสริมสร้างมาตรฐานให้กับทั้งนักแข่งและทีมงานเพิ่มขึ้น ทำให้การแข่งขันมีความเข้มข้น โดยเปิดฉากที่ประเทศไทย ด้วยกิจกรรม Pre-season Test วันที่ 21-22 มีนาคม และเข้าสู่สัปดาห์การแข่งขันตั้งแต่ที่ 23 ถึงวันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2566

โดยในปีนี้ นอกเหนือจากสนามช้างฯ ที่เป็นสนามเปิดและปิดฤดูกาลแล้ว เรายังมีการแข่งขันที่มาเลเซียและญี่ปุ่นเช่นเดิม และที่พิเศษกว่านั้นคือเรามีสนามจูไห่ ประเทศจีน และมันดาลิกา ประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นมา ทำให้นักแข่งมีความท้าทายกับสนามใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดีมาจากนโยบายการเปิดประเทศของหลายๆ ประเทศ โดยยังส่งผลให้เรามีนักแข่งจากหลากหลายประเทศเข้ามาร่วมทำการแข่งขันมากขึ้นอีกด้วย

ด้านนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต กล่าวว่า ในส่วนของสนามช้างฯ เรามีแนวคิดในการทำให้ประเทศไทย พัฒนาเป็นศูนย์กลางมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เป็นหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินการแข่งขันที่แฟนความเร็วจากทั่วโลกต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต

“ในปีนี้มีนักแข่ง ทีมแข่ง เพิ่มขึ้นจากหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย, เยอรมัน และจีน เข้าร่วมด้วย หลังจากมีการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบทั่วโลก พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมแผนยกระดับสู่เทศกาลมอเตอร์สปอร์ต โดยจะเป็นครั้งแรกที่แฟน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในหลายรูปแบบ ไม่ใช่เพียงมาชมการแข่งขันเพียงอย่างเดียว โดยในสัปดาห์การแข่งขันจะมีการจัด “บุรีรัมย์ ไบค์ บาซาร์” (Buriram Bike Bazaar) รวมพลคนสองล้อ, กิจกรรม Test Ride ที่ขนเอารถจากค่ายดัง ทุกรุ่น ทุก CC. มาให้ทดลองขับขี่ รวมทั้ง Expo ตลาดขายอุปกรณ์ อะไหล่รถมือหนึ่ง มือสอง และอาหารขึ้นชื่อของดีบุรีรัมย์ ครบจบในที่เดียว”

นายสุรพล อุทินทุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทศภาค จำกัด โดยเครื่องดื่มตราช้าง กล่าวว่า เครื่องดื่มตราช้าง ยินดีที่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนวงการกีฬามอเตอร์สปอร์ตให้กับประเทศ ที่ผ่านมานักแข่งชาวไทยเติบโตจากเวทีระดับประเทศสู่ระดับสากลเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งรายการ ARRC นี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ให้นักแข่งชาวไทยได้โชว์ความสามารถและศักยภาพสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศจากการจัดงานในระดับนานาชาติ

“เครื่องดื่มตราช้างได้เตรียมความพิเศษไว้ต้อนรับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตอีกเช่นเคย ในปีนี้เรามีแคมเปญใหม่ใหญ่ขึ้นในชื่อ “Chang Friend Club Passport” แฟนพันธุ์แท้ของสนามช้างฯ สำหรับผู้ซื้อบัตรเข้าชมรายการต่างๆ สะสมแต้ม จะได้รับสิทธิ์ในการลุ้นรางวัลใหญ่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ คือตั๋วเข้าชมโมโตจีพี ประเภท VIP Lounge (โค้ง 12) จำนวน 15 รางวัล รางวัลละ 2 ใบ มูลค่ารวม 1,200,000 บาท แคมเปญพิเศษ สำหรับลูกค้าเครื่องดื่มตราช้าง เพราะบัตรชมในบริเวณดังกล่าวนี้ไม่มีการเปิดจำหน่ายทั่วไป”

การแข่งขันเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ จะดวลความเร็วทั้งสิ้น 4 รุ่น ได้แก่ Asia Superbike 1000 cc. , รุ่น Supersport 600 cc., Asia Production 250 cc. และ Underbone 150 cc. โดยมีนักแข่งไทยเข้าร่วมแข่งขัน 7 คน ประกอบด้วย “แชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ ลงแข่งขันรุ่น Asia Superbike 1000 cc. ในนามทีมใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นอย่าง แอสเตโม เอสไอ เรซซิ่ง วิท ไทย ฮอนด้า ทีม ส่วนในรุ่น Supersport 600 cc. ประกอบด้วย “โฟล์ท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ จาก Yamaha Racing Thailand Team, “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ และ “นิว” ปัณณสรณ์ แก้วสนธิ จาก Honda Racing Thailand รวมทั้งรุ่น Asia Production 250 cc. ที่ในปีนี้ลงไล่ล่าความสำเร็จ 3 คน ได้แก่ “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช, “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร, “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว

สำหรับ Asia Road Racing 2023 มีกำหนดดวลความเร็วทั้งสิ้น 6 สนาม ประเดิมสนามแรกวันที่ 24–26 มีนาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์, สนาม 2 วันที่ 12-14 พฤษภาคม ที่ สนาม เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย, สนาม 3 วันที่ 23-25 มิถุนายน สนามสปอร์ตแลนด์ ซูโก้ ประเทศญี่ปุ่น, สนาม 4 วันที่ 11-13 สิงหาคม ที่ สนามเปอร์ตามินา มันดาลิกา ประเทศอินโดนีเซีย, สนามที่ 5 วันที่ 6-8 ตุลาคม ที่ จูไห่ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศจีน และกลับมาฉลองแชมป์ในสนามสุดท้าย วันที่ 1-3 ธันวาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

แฟนความเร็ว ซื้อบัตรเข้าชมได้แล้วที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา

#motorsport
#asiaroadracing2023
#Yamaha #Honda #racing #bric #changinternationalcircuit
#สนามช้างฯ
#maximumspeedmagazineth

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้